เทคโนโลยีที่กำลังมาแรงในการช่วยเรื่องเจริญพันธุ์

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

เจริญพันธุ์          “ครอบครัว” ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก ค่ะ แต่สามีภรรยาหลายคู่ต้องประสบปัญหาภาวะมีบุตรยากต้องพึ่งความก้าวหน้าทางการแพทย์มาช่วย ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการช่วยการเจริญพันธุ์ และทำให้หลายคู่ประสบผลสำเร็จมาแล้ว

อันดับแรกแพทย์จะซักประวัติการมีประจำเดือน การแต่งงานและการมีบุตร การมีเพศสัมพันธ์ การคุมกำเนิด ประวัติส่วนตัวบางอย่าง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ เป็นต้น ในการมารับบริการครั้งแรกควรมาพร้อมกันทั้งสามีและภรรยาเพื่อรับคำปรึกษาและหาสาเหตุการมีบุตรยากทั้งสองฝ่าย วิธีการจะมีหลายวิธีด้วยกัน แต่เราจะมาทำความรู้จักกับวิธีที่กำลังเป็นที่นิยมก่อนนะคะ

การกระตุ้นรังไข่และการผสมเทียม (Intrauterine Insemination: IUI) การฉีดเชื้ออสุจิที่แข็งแรงผ่านเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงไข่ตก จะใช้ในกรณีที่ฝ่ายหญิงไม่มีปัญหาเรื่องท่อนำไข่อุดตัน ภาวะฮอร์โมนรังไข่ทำงานผิดปกติ หรือยังไม่ประสบความสำเร็จโดยวิธีธรรมชาติ และเป็นวิธีที่ใช้ในกรณีที่ฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องความสมบูรณ์ของเชื้อ

กิฟท์ (Gamete Intra Fallopian Transfer: GIFT) คือ การนำเซลล์ไข่และอสุจิไปใส่ที่ท่อนำไข่ เริ่มจากการนำไข่ออกมาก่อน หลังจากนั้นนำไข่กับเชื้อฉีดเข้าท่อนำไข่ ให้ไข่กับเชื้อผสมกันบริเวณท่อนำไข่ ถ้าเชื้อสมบูรณ์ดีจะเกิดการปฏิสนธิ จากนั้นตัวอ่อนจึงค่อยๆ เคลื่อนมาฝังตัวที่โพรงมดลูกเพื่อเกิดการตั้งครรภ์ต่อไป ซึ่งข้อดีคือเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จสูง แต่ข้อเสียคือต้องมีการผ่าตัด

อีกวิธีคือการทำเด็กหลอดแก้วด้วยการใช้ฮอร์โมนช่วยกระตุ้นให้ได้ไข่หลายๆ ใบ มาผสมกับเชื้อด้านนอกได้ตัวอ่อนหลายๆ ตัว ทำให้มีโอกาสได้ตัวอ่อนหลายตัว เลือกตัวที่แข็งแรงที่สุดย้ายมาฝังตัว ตัวอ่อนที่เหลือยังสามารถนำไปแช่แข็ง กรณีที่ตัวอ่อนตัวแรกที่นำไปฝังตัวไม่ติด ยังสามารถนำตัวอ่อนที่เก็บไว้มาใช้ได้ ทำให้ประหยัดไม่ต้องทำการกระตุ้นรังไข่บ่อยๆ

อย่างไรก็ตามเมื่อตัดสินใจเข้ารับการรักษา ทางโรงพยาบาลจะให้คู่สมรสลงนามยินยอมรับการรักษา ซึ่งต้องทำการศึกษาก่อนเข้ารับการรักษาและปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย ซึ่งราคานั้นจะขึ้นอยู่กับมาตรฐานในแต่ละโรงพยาบาลค่ะ